ข้อมูลทางเศษฐกิจและสังคม

ข้อมูลทางเศษฐกิจและสังคม

จังหวัดบุรีรัมย์

ความหมายของตราประจำจังหวัดบุรีรัมย์

เทวดารำ  หมายถึง  ดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ปราบยุคเข็ญ และผู้ประสาทสุข

ท่ารำ  หมายถึง  ความสำราญชื่นชมยินดี ซึ่งตรงกับพยางค์สุดท้ายของชื่อจังหวัด

ปราสาทหิน  คือ  ปราสาทเขาพนมรุ้งซึ่งมีกำแพงล้อมรอบ ภายในท้องพระโรงมีเทวสถาน

สัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์

ตราประจำจังหวัดบุรีรัมย์

           เป็นรูปปราสาทเขาพนมรุ้งมีกำแพงล้อมรอบ ภายในเป็นท้องพระโรง มีเทวสถาน และรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ด้วยภาพเทวดาร่ายรำ หมายถึง  ดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ปราบยุคเข็ญ และผู้ประสาทสุข ท่าร่ายรำ หมายถึง  ความสำราญชื่นชมยินดี
ซึ่งตรงกับการออกเสียงพยางค์สุดท้ายของเชื่อจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ดอกสุพรรณิการ์ หรือดอกฝ้ายคำ

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ต้นแป๊ะ

ต้นไม้มงคลพระราชทาน

ต้นกาฬพฤกษ์

คำขวัญประจำจังหวัดบุรีรัมย์

          “เมืองปราสาทหิน  ถิ่นภูเขาไฟ  ผ้าไหมสวย  รวยวัฒนธรรมไทย”

ความหมายของคำขวัญ

         เมืองปราสาทหิน  หมายถึง  บุรีรัมย์มีปราสาทหินเขาพนมรุ้ง  เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

ถิ่นภูเขาไฟ  หมายถึง  บุรีรัมย์มีภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วหลายแห่ง

ผ้าไหมสวย  หมายถึง  บุรีรัมย์มีการทอผ้าไหมขึ้นชื่อ  ที่อำเภอนาโพธิ์

รวยวัฒนธรรม  หมายถึง  บุรีรัมย์มีเทศกาลงานประเพณีที่รุ่งเรืองมาหลายปี

ประวัติและความเป็นมาของจังหวัดบุรีรัมย์

           จังหวัดบุรีรัมย์  เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่น  และเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่นเมืองปราสาทหินในเขตจังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วย  ปราสาทหินใหญ่น้อย  อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีตจากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาตร์  สมัยทราวดีและที่สำคัญที่สุดพบกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์มากคือ หลักฐานทางวัฒนธรรมของเขมรโบราณ  ซึ่งมีทั้งปราสาทอิฐและปราสาทหินเป็นจำนวนมากกว่า 60 แห่ง  รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญคือเตาเผา  ภาชนะดินเผา  และภาชนะดินเผาแบบที่เรียกว่าเครื่องถ้วยเขมร  ซึ่งกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18  อยู่ทั่วไปหลังจาก  สมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณ แล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมาและปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ว่าบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง จนถึง พ.ศ. 2476  ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่  จึงได้ชื่อเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้ชื่อเมืองบุรีรัมย์ ไม่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาและธนบุรีเฉพาะชื่อเมืองอื่น ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ เมืองนางรอง เมืองพุทไธสง และเมืองประโคนชัย เป็นต้น

          พ.ศ. 2319  รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  กรุงธนบุรี  กรมการเมืองนครราชสีมา มีใบยอกเข้ามาว่า พระยานางรองคบคิดเป็น กบฏร่วมกับเจ้าโอ เจ้าอิน และอุปฮาดเมืองจำปาศักดิ์  จึงโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อยังดำรงตำแหน่ง เจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพไปปราบจับตัวพระยานางรองประหารชีวิตและสมทบเจ้าพระยาสุรสีห์ (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) คุมกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือยกไปตีเมือง จำปาศักดิ์ เมืองโขง และเมืองอัตปือ ได้ทั้ง 3 เมือง ประหารชีวิต เจ้าโอ เจ้าอิน อุปฮาด เมืองจำปาศักดิ์ แล้วเกลี้ยกล่อมเมืองต่าง ๆ ใกล้เคียงให้สวามิภักดิ์ ได้แก่ เขมรป่าดง ตะลุบ สุรินทร์ สังขะ และเมืองขุขันธ์ รวบรวมผู้คนตั้งเมืองขึ้นในเขตขอมร้า เรียกว่า เมืองแปะ แต่งตั้งบุรีรัมย์บุตรเจ้าเมืองผไทสมัน (พุทไธสง) ให้เป็นเจ้าเมือง ซึ่งต่อมาได้เป็นพระยานครภักดี ประมาณปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือต้นราชการพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เปลี่ยนชื่อเมืองแปะเป็นบุรีรัมย์ด้วยปรากฏว่า ได้มีการแต่งตั้งพระสำแดงฤทธิรงค์เป็นพระนครภักดีศรีนครา ผู้สำเร็จราชการ
เมืองบุรีรัมย์ ขึ้นเมืองนครราชสีมาใน พ.ศ. 2411  เมืองบุรีรัมย์และเมืองนางรองผลัดกันมีความสำคัญเรื่อยมา 

          พ.ศ. 2433 เมืองบุรีรัมย์โอนขึ้นไปขึ้นกับหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ มีหนองคายเป็นศูนย์กลาง และเมืองบุรีรัมย์มีเมืองในสังกัด 1 แห่ง คือเมืองนางรองต่อมาประมาณ พ.ศ. 2440-2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปขึ้นกับมณฑลนครราชสีมาเรียกว่า"บริเวณนางรอง" ประกอบด้วย เมืองบุรีรัมย์ นางรอง รัตนบุรี ประโคนชัย และพุทไธสง พ.ศ. 2442  มีประกาศเปลี่ยนชื่อ มณฑลลาวเฉียงเป็น มณฑลฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือ มณฑลลาวพวนเป็นมณฑลฝ่ายเหนือ มณฑลลาวเป็นมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลเขมร เป็นมณฑลตะวันออกและในคราวนี้เปลี่ยนชื่อ บริเวณนางรองเป็น "เมืองนางรอง"มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองบุรีรัมย์ แต่ตราตำแหน่งเป็นตราผู้ว่าการนางรอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "บุรีรัมย์" และเปลี่ยนตราตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2444 เป็นต้นมา
  ทิศเหนือ ติดต่อกับ         จังหวัดขอนแก่น  มหาสารคาม  และสุรินทร์

ทิศ

        พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงหัวเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มณฑลนครราชสีมาประกอบด้วย 3 เมือง 17 อำเภอ คือเมืองนครราชสีมา 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ 3 อำเภอ และเมืองบุรีรัมย์ 4 อำเภอ คือ

นางรอง

พุทไธสง

ประโคนชัย

รัตนบุรี

          ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ขึ้น
ยุบมณฑลนครราชสีมา จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ
เมืองบุรีรัมย์จึงมีฐานะเป็น จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

          จังหวัดบุรีรัมย์  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย 
อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร  โดยรถยนต์ประมาณ  410  กิโลเมตร  ทางรถไฟประมาณ  376  กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 10,321,885 ตารางกิโลเมตรหรือ 6,451,178 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.11
ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หรือร้อยละ 2.01 ของประเทศใหญ่เป็นอันดับ 6  ของประเทศ  มีอาณาเขตติดกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียง 

ที่ตั้งและอาณาเขต

ตะวันออก     ติดต่อกับ         จังหวัดสุรินทร์

ทิศใต้             ติดต่อกับ         จังหวัดสระแก้ว  และราชอาณาจักรกัมพูชา

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ         จังหวัดนครราชสีมา

ลักษณะภูมิประเทศ

          สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง  พื้นที่ลาดจากทิศใต้ลงไปทิศเหนือ  พื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นน้อยเป็นที่ราบขั้นบันไดช่องเขาเกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณเก้าแสนถึงหนึ่งล้านปีเศษ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญคือ

1. พื้นที่สูงและภูเขาทางตอนใต้

2. พื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นตอนกลางของจังหวัด

3. พื้นที่ราบลุ่มตอนเหนือริมฝั่งแม่น้ำมูล

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดบุรีรัมย์มีสภาพภูมิอากาศ  อยู่ใต้การควบคุมของปัจจัยที่สำคัญ  ดังต่อไปนี้

               1. ที่ตั้งจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งอยู่ในเขตร้อน  จึงมีอุณหภูมิสูงตลอดปี

               2. แนวเทือกเขาทางทิศตอนใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์  มีเทือกเขาดงรัก  และเทือกเขาสันกำแพงขวางทิศทางของลมมรสุมตะวันตกเฉลียงใต้  เขตจังหวัดบุรีรัมย์จึงเป็นเขตเงาฝนหรือ
เขตบังลม

               3. ลมประจำที่พัดผ่าน  มีลมมรสุมและลมพายุพัดผ่านความชื้น และความหนาวเย็น
จะเปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลของลมประจำดังกล่าว

               4. ระยะห่างทะเล จังหวัดบุรีรัมย์อยู่ห่างจากทะเลด้านฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย (จังหวัดชลบุรี) ประมาณ 350 กิโลเมตร อิทธิพลจากทะเลเข้าถึงน้อยทำให้ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ยค่อนข้างต่ำ โดยทั่วไปจึงมีลักษณะอากาศค่อนข้างรุนแรง คือ ฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำ และฤดูร้อนอุณหภูมิสูงแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน